
ฟิกเกอร์เหนียว แก้ยังไง? วิธีดูแลก่อนผิวและสีจะเสีย
ฟิกเกอร์ที่เก็บไว้นานอาจเริ่มเหนียว มัน หรือมีฝุ่นติดง่ายขึ้น ก่อนหยิบน้ำยามาเช็ด ลองเริ่มจากวิธีที่อ่อนที่สุด และเช็กให้ดีก่อนว่าส่วนที่กำลังทำความสะอาดเป็นพลาสติก สี หรือผิวเคลือบแบบไหน
ถ้าเก็บฟิกเกอร์ไว้นาน ๆ บางครั้งพอหยิบขึ้นมาอีกที ผิวที่เคยแห้งกลับเริ่มมัน จับแล้วหนึบ หรือมีฝุ่นติดเต็มทั้งที่เก็บอยู่ในตู้มาตลอด อาการแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าฟิกเกอร์แค่ “สกปรก” พลาสติกบางชนิด โดยเฉพาะ PVC สามารถมีสารเติมแต่งเคลื่อนออกมาที่พื้นผิวเมื่อวัสดุมีอายุมากขึ้น จนเกิดความมันหรือเหนียวได้ และการเก็บไว้ในพื้นที่ปิด อุณหภูมิสูง หรืออากาศไม่ค่อยถ่ายเทก็อาจทำให้ปัญหาชัดขึ้นได้ สิ่งสำคัญคือ อย่าเห็นว่าเหนียวแล้วรีบหาสารแรง ๆ มาเช็ดทันที
เริ่มจากดูว่าตรงไหนมีปัญหา
ก่อนทำความสะอาด ลองดูฟิกเกอร์ให้ทั่วก่อน ถ้าเหนียวเฉพาะบางส่วน อาจไม่ได้หมายความว่าทั้งตัวมีปัญหาแบบเดียวกัน เพราะฟิกเกอร์หนึ่งตัวสามารถมีทั้งพลาสติกหลายชนิด ส่วนที่พ่นสี ลายพิมพ์ ผิวด้าน ผิวเงา หรือชิ้นส่วนใสอยู่ด้วยกัน ถ้ามีสีซีด แตก ร้าว ผิวลอก หรือเริ่มนิ่มผิดปกติอยู่แล้ว ควรระวังเป็นพิเศษ เพราะการเช็ดเพิ่มอาจทำให้เสียหายมากกว่าเดิม ถ่ายรูปสภาพไว้ก่อนก็ดี เผื่อต้องกลับมาเทียบภายหลังว่าผิวเปลี่ยนไปหรือไม่
1. เอาฝุ่นออกก่อน
อย่าเริ่มด้วยการถูผิวเหนียวที่มีฝุ่นเกาะอยู่ เพราะฝุ่นบางชนิดสามารถกลายเป็นเหมือนผงขัดและทำให้เกิดรอยได้ ใช้แปรงขนนุ่มมาก ๆ หรือผ้าไมโครไฟเบอร์สะอาด ค่อย ๆ เอาฝุ่นที่หลุดง่ายออกก่อน ไม่ต้องออกแรงกด กับพื้นผิวที่เริ่มเหนียว ให้ยิ่งเบามือ เพราะฝุ่นสามารถฝังติดกับผิวพลาสติกที่กำลังเสื่อมได้ง่ายกว่าปกติ
2. ถ้ายังเหนียว ลองใช้ผ้าหมาดก่อน
ขั้นต่อไปไม่จำเป็นต้องเริ่มจากน้ำยา ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์หรือคอตตอนบัดชุบน้ำสะอาดแล้วบีบให้ หมาดมาก ๆ ลองเช็ดบริเวณเล็ก ๆ ที่ไม่เด่นก่อน อย่าเทน้ำลงบนฟิกเกอร์โดยตรง และไม่จำเป็นต้องแช่ทั้งตัว โดยเฉพาะฟิกเกอร์ที่มีรอยต่อ ชิ้นส่วนโลหะ สติกเกอร์ หรือวัสดุอื่นประกอบอยู่ ถ้าเช็ดแล้วสีติดผ้า ผิวเปลี่ยน หรือความเงาเปลี่ยน ให้หยุดทันที แนวทางอนุรักษ์พลาสติกเองก็แนะนำให้เริ่มจากวิธีแห้งก่อน แล้วจึงค่อยเพิ่มเป็นการเช็ดแบบหมาดเมื่อจำเป็น แทนการเริ่มด้วยสารเคมีแรง ๆ
3. ถ้าต้องใช้น้ำยาจริง ๆ ใช้ให้อ่อนที่สุด
ถ้าน้ำอย่างเดียวยังไม่พอ อาจใช้น้ำสบู่อ่อน ๆ หรือน้ำยาทำความสะอาดชนิดอ่อนและเจือจางมาก โดย ทดลองจุดเล็ก ๆ ก่อนเสมอ ไม่ควรคิดว่า “ยิ่งเข้มข้นยิ่งสะอาด” เป้าหมายคือช่วยเอาคราบบนผิวออกโดยรบกวนวัสดุเดิมให้น้อยที่สุด หลังเช็ดควรใช้ผ้าหมาดสะอาดเช็ดส่วนที่เหลือออกอีกครั้ง แล้วปล่อยให้แห้งสนิทในที่อากาศถ่ายเท ถ้าเป็นฟิกเกอร์ราคาแพง ของเก่า หรือไม่รู้ว่าพื้นผิวเป็นอะไร การหยุดไว้ก่อนดีกว่าลองสารหลายชนิดต่อกันค่ะ

ของที่ไม่ควรหยิบมาใช้เป็นอย่างแรก
สิ่งที่ควรระวังคือพวก - แอลกอฮอล์และตัวทำละลาย - น้ำยาฟอกขาว - น้ำยาที่ไม่รู้ส่วนประกอบ - ฟองน้ำหยาบ - ผงขัด - Magic Eraser หรือวัสดุที่ทำงานด้วยการขัดผิว - การขูดด้วยเล็บหรือของแข็ง บางอย่างอาจทำให้ความเหนียวหายเร็ว แต่สิ่งที่ถูกเอาออกไปพร้อมกันอาจเป็น สีหรือชั้นเคลือบของฟิกเกอร์ ด้วย งานอนุรักษ์พลาสติกจึงเตือนเรื่องสารทำความสะอาดที่มีฤทธิ์แรง ตัวทำละลาย และวัสดุขัด เพราะสามารถทำให้พลาสติกและผิวเดิมเสียหายได้
เช็ดแล้วหายเหนียว แปลว่าซ่อมแล้วหรือยัง?
ไม่จำเป็นค่ะ ถ้าความเหนียวเกิดจากสารในเนื้อพลาสติกเคลื่อนออกมาที่ผิว การเช็ดคือการจัดการกับสิ่งที่อยู่ บนพื้นผิวตอนนั้น แต่ไม่ได้ย้อนอายุของวัสดุให้กลับไปเหมือนตอนใหม่ บางชิ้นจึงสามารถกลับมาเหนียวอีกได้ในอนาคต ตรงนี้ทำให้การดูแลหลังทำความสะอาดสำคัญพอ ๆ กับการเช็ดออก
หลังทำความสะอาด เก็บยังไงดี?
พยายามเก็บในที่อุณหภูมิไม่สูง อากาศพอถ่ายเท และไม่โดนแดดตรง ๆ ถ้าอยู่ในตู้ ก็ควรดูว่าตู้ร้อนหรืออับเกินไปไหม ส่วนฟิกเกอร์ที่เก็บในกล่องเป็นเวลานานก็ควรตรวจสภาพเป็นครั้งคราว ไม่ใช่ใส่กล่องแล้วลืมไปหลายปี อุณหภูมิที่สูงขึ้นสามารถเร่งกระบวนการเสื่อมของพลาสติกได้ ขณะที่แสงและสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมก็มีผลต่ออายุของวัสดุเช่นกัน ไม่จำเป็นต้องทำให้ห้องกลายเป็นห้องเก็บของพิพิธภัณฑ์ แค่ ไม่ร้อน ไม่โดนแดด ไม่อับ และคอยดูสภาพของเป็นระยะ ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแล้ว