
จำไม่ได้ว่าซื้อเล่มไหนแล้ว? เมื่อของสะสมเยอะจนเริ่มซื้อซ้ำ
เวลาไปงานหนังสือหรือเจอของที่อยากได้ ปัญหาง่าย ๆ อย่างจำไม่ได้ว่ามีเล่มไหนอยู่แล้ว อาจทำให้เราซื้อซ้ำหรือสุดท้ายไม่กล้าซื้อเลย การมีรายการของสะสมที่เปิดเช็กได้จึงช่วยได้มากกว่าที่คิด
ผมเคยเจอปัญหานี้กับหนังสือการ์ตูนของตัวเองบ่อยกว่าที่คิด เวลาไปงานหนังสือ เจอชุดที่เคยซื้อไว้แล้วบางส่วน แต่พอยืนอยู่หน้าบูธกลับจำไม่ได้ว่า ที่บ้านมีถึงเล่มไหนแล้ว เล่ม 17 มีหรือยัง? 18 เหมือนเคยซื้อแล้วหรือเปล่า? แล้วที่ซื้อครั้งก่อนคือ 19 หรือ 20? การจำชื่อเรื่องยังไม่ยากเท่าไร แต่ให้จำเลขเล่มของหนังสือหลายชุดพร้อมกันนี่อีกเรื่องหนึ่งเลย สุดท้ายมักจบอยู่สองแบบ ไม่ซื้อ เพราะกลัวซ้ำ หรือซื้อกลับมา แล้วเปิดตู้ถึงได้รู้ว่า มีเล่มนี้อยู่แล้ว
ยิ่งมีหลายชุด ยิ่งจำยาก
ถ้ามีหนังสือแค่หนึ่งหรือสองเรื่อง เราอาจพอจำได้ว่าอ่านถึงตรงไหนและมีถึงเล่มไหน แต่พอมีหลายสิบชุด จำนวนเล่มเริ่มเยอะขึ้น บางเรื่องออกห่างกันหลายเดือน บางชุดหยุดซื้อไปพักหนึ่งแล้วกลับมาเก็บต่อ ความจำเริ่มไม่น่าไว้ใจเท่าเดิม ที่ยากกว่านั้นคือ บางครั้งเราไม่ได้ขาด “เล่มล่าสุด” อาจมีเล่ม 1–12 แล้วขาด 13 แต่มี 14–16 เพราะเคยซื้อจากร้านมือสอง หรือได้มาไม่พร้อมกัน คราวนี้การจำแค่ “มีถึงเล่ม 16” ก็ใช้ไม่ได้แล้ว และแน่นอนว่าเวลาอยู่ในงาน คนเยอะ ของเยอะ เดินดูหลายร้าน เราคงไม่ได้อยากยืนคิดอยู่ห้านาทีว่าชั้นหนังสือที่บ้านหน้าตาเป็นยังไง
วิธีง่ายที่สุดคืออย่าพยายามจำทั้งหมดเอง
หลังเจอแบบนี้หลายครั้ง ผมคิดว่าวิธีแก้จริง ๆ ไม่ใช่พยายามจำให้เก่งขึ้น แต่คือมีอะไรสักอย่างให้เปิดเช็กแทน สำหรับหนังสือ อย่างน้อยถ้ามีชื่อเรื่องและเลขเล่มอยู่ในรายการ เราก็เปิดมือถือดูได้ทันทีว่าเล่มนี้มีแล้วหรือยัง ถ้ามีรูปปกด้วยก็ยิ่งง่าย เพราะบางชุดมีฉบับพิเศษ ปกต่างกัน หรือพิมพ์ใหม่จนชื่ออย่างเดียวอาจยังไม่พอ ไม่จำเป็นต้องทำฐานข้อมูลละเอียดมาก แค่เปิดดูแล้วตอบตัวเองได้ว่า “มีหรือยัง?” ก็ช่วยได้เยอะแล้ว

ปัญหานี้ไม่ได้มีแค่หนังสือ
พอคิดดูจริง ๆ ของสะสมหลายประเภทก็เจอเรื่องเดียวกัน การ์ดที่มีหลายเวอร์ชัน ฟิกเกอร์ที่ตัวละครเดียวกันออกมาหลายรุ่น ของเล่นที่ต่างกันแค่สีหรือ Edition เกมที่มีหลาย Region หรือของสะสมที่เราเก็บไว้ในกล่องจนไม่ได้เห็นทุกวัน ยิ่งคอลเลกชันใหญ่ขึ้น เราก็ยิ่งไม่ควรคาดหวังว่าจะจำทุกชิ้นได้จากหัวอย่างเดียว บางครั้งของซ้ำไม่ได้เกิดจากซื้อเยอะเกินไป แค่ เรามองไม่เห็นภาพรวมของสิ่งที่ตัวเองมีอยู่แล้ว
ถ้ามีรายการที่เปิดดูได้ตอนกำลังจะซื้อ เรื่องจะง่ายขึ้นเยอะ
สำหรับผม จุดที่มีประโยชน์จริงไม่ใช่แค่การกลับมานั่งดูคอลเลกชันตอนอยู่บ้าน แต่คือเวลายืนอยู่หน้าของที่จะซื้อ ถ้าสามารถหยิบมือถือขึ้นมา เปิดรายการของตัวเอง แล้วเช็กได้ทันทีว่าเล่มนี้หรือของชิ้นนี้เคยลงไว้แล้วหรือยัง การตัดสินใจก็ง่ายขึ้นมาก อย่างน้อยก็ไม่ต้องเลือกระหว่าง “ซื้อไปก่อนแล้วค่อยลุ้น” กับ “ไม่ซื้อดีกว่า เดี๋ยวซ้ำ”
นี่เป็นอีกเหตุผลที่ผมลงของสะสมไว้ใน ROOMCOLLE
ตอนเพิ่ม Item ลง ROOMCOLLE ผมไม่ได้มองว่ามันเป็นแค่การเอารูปของที่มีขึ้นเว็บ มันเป็นเหมือนรายการของสะสมของตัวเองด้วย หนังสือเล่มไหนมีแล้ว ฟิกเกอร์ตัวไหนลงไว้แล้ว หรือของชิ้นไหนเคยเก็บข้อมูลไว้ สามารถกลับมาเปิดดูได้ทีหลังโดยไม่ต้องพยายามจำทุกอย่างเอง ยิ่งลงของไว้ต่อเนื่อง รายการนี้ก็ยิ่งมีประโยชน์ตอนคอลเลกชันเริ่มใหญ่ขึ้น แน่นอนว่าเราไม่จำเป็นต้องมานั่งลงของทั้งบ้านให้เสร็จในวันเดียว เริ่มจากของที่มีโอกาสซื้อซ้ำง่ายที่สุดก่อนก็ได้ สำหรับผม ถ้าเป็นหนังสือ ก็คงเริ่มจากชุดที่ยังออกไม่จบและยังซื้อเพิ่มอยู่เรื่อย ๆ อย่างน้อยครั้งหน้าเวลายืนอยู่ในงาน แล้วเกิดคำถามว่า “เล่มนี้เรามีหรือยังนะ?” ก็ไม่ต้องพยายามนึกภาพชั้นหนังสือที่บ้านอีกแล้ว เปิดดูได้เลย